“หนุ่มเฟิร์สคลาสขอแลกที่นั่งกับคุณแม่ยังสาวและลูกของเธอที่ป่วย

เพื่อนๆ หลายคนอาจได้ทราบถึงเรื่องราวอันแสนอบอุ่นหัวใจของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ผู้ช่วยสลับที่นั่งกับคุณแม่และลูกสาวที่กำลังป่วยอยู่ จนทำให้พวกเธอได้นั่ง “ชั้นเฟิร์สคลาส” ในการเดินทางนั้น

อ่านข่าวเก่าได้ที่ลิงก์: ชายแปลกหน้า ยอมสละที่นั่ง “ชั้นเฟิร์สคลาส” เพื่อคุณแม่และลูกน้อยของเธอที่กำลังป่วย

 

คุณแม่และลูกสาวตัวน้อย ที่กำลังเดินทางไปรักษาในโรงพยาบาลต่างเมือง

และจากการแชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นออกไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ทางสายการบิน American Airlines เข้ามาตอบว่า…

“เรารู้สึกยินดีกับความมีน้ำใจของสุภาพบุรุษที่นั่งหมายเลข 2D มากๆ เราสามารถช่วยติดต่อให้ทั้งสองคนได้เจอกันได้ และทีมงานของเราก็ได้ติดต่อไปหาเขาเพื่อแสดงความขอบคุณกับสิ่งที่เขาได้ทำ”

ด้วยเหตุนั้นเอง จึงทำให้ Jason Kunselman หนุ่มวิศวกรชาวอเมริกันวัย 46 ปี ผู้ที่เพิ่งรู้ว่าตนเองได้กลายเป็นคนที่ใครต่อใครชื่นชม หลังจากที่หญิงสาวที่เขาได้ช่วยเอาไว้แชร์เรื่องราวอันน่าประทับใจที่เกิดขึ้นออกไป

 

 

Jason เป็นคนที่ต้องเดินทางบนเครื่องบินอาทิตย์ละ 4 ครั้งเพื่อไปทำงานต่างเมือง และเขาก็ถูกจัดให้เป็นผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบิน American Airlines บ่อยมากๆ

และในวันที่ 7 ธันวาคม 2018 เขาก็มองไปเห็นว่ามีคุณแม่คนหนึ่งกำลังอุ้มลูกน้อยเอาไว้ พร้อมกับสัมภาระหลายๆ อย่าง และเครื่องผลิตออกซิเจน

Jason ออกมาบอกว่า “เธอคนนั้นแบกเครื่องผลิตออกซิเจนสำหรับลูกสาวตัวน้อย ซึ่งเธอจำเป็นที่จะต้องแบกมันเอาไว้ตลอดเวลา ไม่สามารถเอาไปวางบนช่องวางสัมภาระด้านบนหัวได้”

“ผมรู้สึกสะเทือนใจไม่น้อยเลยที่ได้เห็นเด็กตัวเล็กต้องใส่สายให้ออกซิเจน ผมรู้สึกราวกับน้ำตาจะไหลเมื่อได้เห็นเธอ”

ครอบครัวของคุณแม่ยังสาว กับลูกน้อย และสามีของเธอ

 

หลังจากที่เขาเห็นว่า Kelsey Zwick และ Lucy ลูกสาววัย 11 เดือนของเธอต้องเดินทางในลักษณะที่ค่อนข้างจะลำบากจนเกินไปสำหรับการนั่งในชั้นประหยัด เขาจึงคิดหาทางที่จะช่วยเหลือแม่ลูกทั้งสองคน

หนุ่มวิศวกรบอกว่า “ตอนแรกผมก็คิดว่าเธอจะนั่งชั้นเฟิร์สคลาสเหมือนกัน เพราะเธอมีเครื่องผลิตออกซิเจนอยู่กับตัว แต่เมื่อขึ้นไปผมก็เห็นว่าเธอนั่งอยู่ในชั้นประหยัดเสียแทน”

“ผมจึงถามกับพนักงานบนเครื่องบินว่า ถ้าผมให้เธอและลูกของเธอมานั่งตรงที่นั่งของผมนั้นมันจะสบายกว่ามั้ย?”

จากคำพูดของเขา จึงทำให้พนักงานเดินไปบอกกับหญิงสาวว่าเขาต้องการจะสลับที่นั่งกับเธอ ซึ่งเมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้วเธอก็ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา

Kelsey อาจไม่ได้สังเกตเห็นว่าในตอนที่เธอร้องไห้และเดินมาสลับที่กับชายแปลกหน้าคนนี้ ภาพที่เห็นก็ทำให้เขาถึงกับแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เหมือนกัน

 

 

ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็บอกแต่เพียงว่า “ผมหวังว่าเธอจะเดินทางได้อย่างสะดวกสบายและสบายใจมากยิ่งขึ้น ในที่นั่งที่กว้างขวางกว่าเดิม”

 

Lucy และน้องสาวฝาแฝดของเธอ

 

บทสรุปของเรื่องราวนี้จึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาแห่งความปีติยินดี ของทั้ง Kelsey ลูกของเธอ และ Jason รวมถึงพวกเราทุกคนได้รับรู้เรื่องราวอันน่าประทับใจ แสดงให้เห็นว่าโลกใบนี้ยังคงมีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นเสมอ

เรื่องนี้มีความน่าประทับใจหลายอย่าง
1. เห็นถึงความดีงามของมนุษย์ ชายหนุ่มไม่ได้รู้จักผู้หญิงเลย เพียงแต่มองเห็น เข้าใจถึงความยากลำบาก จึงขอยกที่นั่งให้ และก็ไม่ได้โพสอวดความดีงามอะไรของตัวเอง ที่เป็นข่าว เพราะฝ่ายผู้หญิงเป็นคนโพส และก็โพสบอกแค่ “the man in 2D” เพราะฝ่ายชายไม่ได้บอกอะไร แต่ผู้คนประทับใจและแชร์ข้อความออกไปเกือบล้าน

‘To the man in 2D. Today you were traveling from Orlando to Philly. I don’t know you, but I imagine you saw us somewhere. I was pushing a stroller, had a diaper bag on my arm and also lugging an oxygen machine for my daughter.

2. อีกประโยคที่ประทับคือ คุณแม่ได้พูดต่อว่า
“ขอบคุณ ไม่เฉพาะแค่สำหรับที่นั่ง แต่สำหรับการมองเห็นด้วย”
Sooo… thank you. Not just for the seat itself but for noticing.
สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญ การมองเห็นหรือผมเองอาจเรียกว่าความไว หรือความเซนซิทีฟมากพอที่จะมองเห็นและเห็นใจความลำบากและความทุกข์ยากของคนอื่น คนหลายคนอาจไม่ได้เป็นคนจิตใจไม่ดีอะไร เพียงแต่ไม่ “ไว” พอที่จะมองเห็น
ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น เวลาไปสอนหนังสือ หลายครั้งที่หาที่เปิดมอนิเตอร์ไม่เจอ มองหาอยู่นาน จะเห็นได้ว่ามีนักศึกษาเพียงน้อยคน ที่จะเห็นและลุกมาถามว่า อ.อยากให้ช่วยอะไรไหม
หรือเช่นกัน บางครั้ง เพื่อนเราอาจจะเศร้า ทุกข์ อย่างชัดเจนแต่หลายคนก็ไม่เซนซิทีฟพอที่จะมองเห็น

ความไวนี้ไม่เพียงแต่ในเรื่องแย่หรือความทุกข์เท่านั้น กับความชื่นชมยินดีก็มีความหมายเช่นกัน
เราอาจเดินผ่านแล้วเห็นประกาศติดบอร์ดว่าเพื่อนเราพึ่งได้รางวัลพนักงานดีเด่น เรา”ดู”แล้วก็ผ่านไป เจอเพื่อนก็ไม่ได้แสดงความยินดีอะไร
หรือ เราเจอเพื่อนสีหน้ามีความสุขอย่างมาก ก็ผ่านไป ไม่ได้พูดอะไร เพราะมองไม่เห็น

ความใจดีมีเมตตาจะมีความหมายที่สุดเมื่อมาคู่กับความไว

อันนี้ประโยคสุดท้ายที่ผู้หญิงบอกไว้
“ขอบคุณ… สำหรับการ มองเห็น เรา และรับรู้ว่าบางอย่างมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย (ขอบคุณ) สำหรับการตัดสินใจของคุณที่แสดงความใจดีกับเรา มันทำให้เรารู้ว่าโลกนี้ยังมีความดีงามอยู่ ฉันรอไม่ไหวที่จะเล่าให้ลูซี่ (ลูกเธอ) ฟังในอนาคต แต่ในระหว่างนี้เราจะ pay it forward ชายในที่นั่ง 2D เราได้รับแรงบันดาลใจจากความเอื้ออาทรของคุณ”

For seeing us and realizing that maybe things are not always easy. For deciding you wanted to show a random act of kindness to US. It reminded me how much good there is in this world. I can’t wait to tell Lucy someday. In the meantime… we will pay it forward. AA 588 passenger in seat 2D, we truly feel inspired by your generosity.’

 

ที่มา: dailymail#หมอคลองหลวง

ร้านเนื้อย่างที่เกียวโต ที่ต้องซ้ำ ไปอีก ก็จะกินอีก โคตรคุ้ม

wagyu04

3,564 เยน สั่งได้ทุกอย่างในเมนู

รีวิวร้านเนื้อวากิวสุดคุ้ม all you can eat ที่ ราคา 3,564 yen ราคาเด็ก 1,782 (เด็กประถม) 540 สำหรับเด็กอนุบาล ต่ำกว่า 3 ขวบทานฟรี (แม่จ้าววว)   กำหนดเวลาทาน 2 ชั่วโมง สั่งได้จนถึง 100 นาที

ร้านนี้ใช้เนื้อวัวดำจากมิยาซากิ ที่เลี้ยงด้วยเทคนิคที่แตกต่าง อยากรู้ว่าต่างยังไงต้องไปชิม คนเขียนทานไปเยอะมาก แต่ไม่มีอาการอาหารไม่ย่อย หรือท้องผูกใดๆเลย คอนเฟิร์มว่านุ่มจริง

 


เนื้อทุกจานเป็นวากิว ถ้าสั่งเป็นจานๆ ทานคนเดียวคงราว หมื่นเยน (ประเมินจากตัวเอง) แต่นี่เบ็ดเสร็จราคา 3.564 เยนไม่มีชาจเพิ่ม มีที่ให้นั่งทานคนเดียว ทานเป็นคู่ หรือโต๊ะใหญ่หากมากันหลายคน พนักงานวางเมนูแล้วจะไม่มายุ่งกับเราเลย จนกว่าจะกดออดเรียก ต้องการอะไรกดออดก็มาทันที และน้ำเสริฟฟรี เหมือนร้านญี่ปุ่นทั่วไปยกเว้นจะสั่งน้ำที่แตกต่าง ในส่วนของขนมหวานก็มีจัดเสริฟ แต่….ขอสารภาพ ว่าไปไม่ถึงอิ่มก่อน

ตัวอย่างเมนู คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยาย

 

ในส่วนของเตา เป็นเตาถ่าน แต่ถ่านเขาดีจริง ไม่มีควัน และไฟแรงสม่ำเสมอพอดี ไฟนิ่งมาก

wagyu03

 

ปล.ร้านนนี้มีหลายสาขาในเกียวโต เสริชหาในอากู๋ตามชื่อนี้ Chifaja ได้เลย

ส่วนตัวว่า #คุ้มจริงๆ Chifaja Yakiniku #kyoto #japan

ขึ้นบาลาฮาลาไม่ทัน เลยหนีมานอนสุไหงโกลก โชคดีเลย(มีคลิป)

 

วันก่อนโพสต์ลงเพจ Numtarn style ไปแล้วยังไม่ได้เฉลยว่าคือที่ไหน…

วันนี้พอมีเวลาเลยขอเขาเอารูปที่พัก และเฉลยทีเดียวท้ายบทเลยนะ ❤ ❤

จริงๆไม่ได้มีแผนจะไปนอนที่นี่ แต่เนื่องด้วยวันที่เราจะขึ้นไปนอนบนเขา วัดพระธาตถภูเขาทอง แต่วันนั้นเราวิ่งผิดทางขึ้นไปทางแว้ง ซึ่งทางนั้น ถนนก่อนจะถึงวัดพระธาตุ จะเป็นลักษณะออฟโร๊ด เราไปกันด้วยรถเก๋ง เลยต้องถอยมาตั้งหลัก เพราะว่าเวลาตอนนั้นก็ราวหกโมงเย็น ซึ่งมืดแล้วสำหรับในป่า แถมไม่มีสัญญาณมือถือ GPS ใดๆเลยด้วย ไม่มีทางรู้ว่า ทางข้างหน้าจะแย่กว่าตรงที่เรามาถึงอีกมั้ย จึงตัดสินใจถอยลงมานอนที่โกลกกัน

ในความผิดหวัง ก็ได้สิ่งที่เกินคาดมาแทน เราตัดสินใจเลี้ยวเข้ามานอนที่นี่ ตอนกลางคืนว่าสวยแล้ว ตื่นเช้ามา อากาศดี สดชื่น ห้องสวย มีเสียงนก เสียงธรรมชาติจนอยากอยู่ต่อเลยทีเดียว

 

ส่วนตัว ชอบสถานที่ สงบ พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส น่ารัก ให้ข้อมูลดีมากๆ บรรยากากาศดี ตื่นเช้ามาเปิดประตูระเบียง ก็สดชื่นเลย ราคาไม่แพง อยู่ในเรท พันนึงต่อคืน

Naradhiwat

Golok Golf Club & Resort

Naradhiwat

Golok Golf Club & Resort

Naradhiwat

Golok Golf Club & Resort

ชี้เป้าเป๊ะๆ ให้ไปตรงนี้เลยจ้า

ปักหมุด ไปโกลกกลอฟคลับ

เครดิตภาพและเรื่องราวโดย : Numtarnstyle fanpage Numtarnstyle.com

ชมวิวไร่แอลอง รีสอร์ทธรรมชาติแสนสงบ ในจังหวัดนราธิวาส

ไร่แอลอง เป็นรีสอร์ท ที่ตั้งอยู่ บนถนนสายยะลา-นราธิวาส   เส้นทางนี้จะวิ่งผ่านเทือกเขาบูโด หากไปจากนราธิวาส ไร่นี้จะอยู่ช่วงที่ลงจากเขาบูโดแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปไม่ลึกก็จะถึงไร่แห่งนี้    ซึ่งบริเวณนี้ชาวบ้านเรียกกันว่าเขายือลาแป หรือบ้านยือลาแป  ชมบรรยากาศไร่แอลอง ให้ชื่นใจ  วันที่ไปอากาศดีมาก เย็นสบายไม่ต่างจากภาคเหนือเลยทีเดียว สูดโอโซนจนเต็มปอดเลยทีเดียว และยังทีมุมเก๋ๆให้ถ่ายรูปอีกด้วย

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่

 

เครดิตภาพและเรื่องราวโดย : Numtarnstyle fanpage Numtarnstyle.com

มัสยิด 300 ปี หมู่บ้านตะโละมาเนาะ (มีคลิป)

ก่อนขึ้นไปเที่ยวชมบรรยากาศบนเขาบูโด เราแวะเข้ามัสยิด 300 ปีกันก่อน

มัสยิดแห่งนี้เป็นมัสยิดของกลุ่ม ที่แตกทัพมาจากปัตตานี มาปักหลักที่นี่

มัสยิดตะโละมาเนาะ (มลายู: Masjid Telok Manok)หรือ มัสยิดวาดีลฮูเซ็น (มลายู: Masjid Wadi Hussein) เป็นศาสนสถานในศาสนาอิสลามแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านตะโละมาเนาะ ตำบลลุโบะสาวอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส บริเวณเชิงเขาบูโดมัสยิดแห่งนี้สร้างด้วยเครื่องไม้ดั้งเดิมไม่ใช้ตะปูในการสร้าง มีความงดงามและเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลกมลายู (Nusantara) ภายในเป็นที่เก็บรักษาพระคัมภีร์อัลกุรอานซึ่งเขียนด้วยลายมือของวันฮุซเซน อัซซานาวี อิหม่ามคนแรกของมัสยิด และยังเป็นมัสยิดที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานกันระหว่างมลายู ไทย และจีน

มีหลังคาทรงจั่ว ปลายปั้นลมเป็นแบบมลายูตรังกานู มีผนังฝาลูกฟัก และยกใต้ถุนสูง ใช้การสลักไม้แทนตะปู ใช้บือจือตา (เครื่องมือคล้ายขวาน บ้างเรียกขวานเล็ก) สำหรับตัดไม้ ใช้บันลีโยง (ลิ่ม) เพื่อผ่าไม้ และใช้บายิ (เครื่องมือคล้ายจอบ) ถากไม้ตะเคียนให้เรียบแต่เดิมหลังคามุงด้วยจาก แต่ต่อมาได้เปลี่ยนไปมุงหลังคาด้วยกระเบื้องซึ่งทำจากอิฐสงขลา

อาคารมัสยิดหลังแรก มีหลังคาทั้งหมดสามชั้น เสาแกะสลักลายดอกพิกุล หลังคาชั้นที่สามเป็นโดมรูปเก๋งจีนแท้อยู่บนหลังคา มุงด้วยกระเบื้องดินเผา เดิมเก๋งจีนจะถูกใช้เป็นหออาซาน

หมู่บ้านตะโละมาเนาะในอดีตเป็นป่าสมบูรณ์ ต่อมาวันฮุซเซน อัซซานาวี (Wan Hussein As-Sanawi) นักการศาสนาอิสลามจากหมู่บ้านสะนอ (ปัจจุบันคืออำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี) และภรรยาคืออุมมีกัลซุม (Ummi Kalsom) หญิงชาวบ้านม่วงหวาน (ปัจจุบันคืออำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี)พร้อมผู้ติดตามจำนวนหนึ่งหนีภัยสงครามระหว่างสยามและปัตตานีบางแห่งก็ว่าโยกย้ายถิ่นฐานจากพระราชบัญชาของเจ้าเมืองสลินดงบายู (เมืองสายบุรี) ไปตั้งถิ่นฐาน ณ บริเวณเชิงเขาบูโด

กล่าวกันว่าวันฮุซเซนเป็นนักการศาสนาที่ยอดเยี่ยม สามารถท่องจำพระคัมภีร์อัลกุรอานได้อย่างลึกซึ้งทั้งเล่ม รวมทั้งผลิตนักปราชญ์ทางศาสนาได้จำนวนมาก มีดำริให้สร้างมัสยิดสำหรับปฏิบัติศาสนกิจ จึงสร้างมัสยิดจากวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นคือไม้ตะเคียน ซึ่งมีมากในป่าบูโด และใช้เครื่องมือท้องถิ่น โดยมีหะยีซายฮู ครูสอนศาสนาเป็นผู้ก่อสร้าง และแซมะเป็นนายช่าง


เครดิตภาพและเรื่องราวโดย : Numtarnstyle fanpage Numtarnstyle.com

ไปคันไซ ใช้ ICOCA ยังไงให้คุ้ม

พื้นที่ที่สามารถใช้บัตร ICOCA ได้

บัตร ICOCA นี้ต้องซื้อที่สนามบินคันไซเท่านั้น หากไปเที่ยวกันหลายคน ไม่ต้องไปต่อแถวซื้อทุกคนนะ เจ้าหน้าที่เขาขอร้องไว้อย่างนั้น   ส่งตัวแทนให้ถือพาสปอร์ตของทุกคนที่ต้องการซื้อเดินเข้าไปซื้อที่เค้าเตอร์ JR ได้เลย เราต้องซื้อบัตรนี้ก่อนที่จะซื้อตั๋ว ฮารุกะ (ฮารุกะคือรถไฟสายที่วิ่งจากสนามบินคันไซไปยังจังหวัดต่างๆในภูมิภาคคันไซ) ถึงจะได้ส่วนลด บัตรนี้สามารถใช้ได้ในเขตจังหวัด โกเบ โอซาก้า เกียวโต นารา และสนามบินคันไซ และเป็นหนเดียวที่ได้ใช้ลดในการเดินทาง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ราคาตั๋วจะมีให้เลือกดังนี้

พื้นที่บริการ HARUKA service section ราคาICOCA พร้อมตั๋ว ฮารุกะ ราคาตั๋วฮารุกะ สำหรับคนที่มี ICOCA แล้ว
เที่ยวเดียว ไป/กลับ เที่ยวเดียว ไป/กลับ
โอซาก้า
อุเมดะ
นัมบะ
สนามบินคันไซ_เทนโนจิ 3,100YEN 4,200YEN 1,100YEN* 2,200YEN*
สนามบินคันไซ_ชิน_โอซาก้า 3,300YEN 4,600YEN 1,300YEN* 2,600YEN*
เกียวโต_ซะกะ_อาราชิยาม่า สนามบินคันไซ_เกียวโต 3,600YEN 5,200YEN 1,600YEN* 3,200YEN*
โกเบ ไมโกะ สนามบินคันไซ_ชิน_โอซาก้า 3,500YEN 5,000YEN 1,500YEN* 3,000YEN*
นารา สนามบินคันไซ_เทนโนจิ 3,400YEN 4,800YEN 1,400YEN* 2,800YEN*

เด็กอายุ 12 ขึ้นไปใช้ราคาเดียวกับผู้ใหญ่

Valid Area

 

ค่าธรรมเนียมต่างๆของบัตร ICOCA

ราคาบัตรจะอยู่ที่ 2000เยน ซึ่งหักเป็นค่ามัดจำ 500 เยน จะได้คืนเมื่อนำมาคืน ส่วนเงินที่ยังค้างอยู่ในบัตร จะโดนหักค่าธรรมเนียมในการคืนบัตร ใบละ 220 เยน แต่หากไม่มีเงินเหลือในบัตร หรือเหลือไม่ถึง 220 เยนทางเจ้าหน้าที่ก็จะหักเท่าที่เงินยังเหลืออยู่ในบัตร ดังนั้นหากใครใช้หมดก็ถือว่าดีสุด  และจะใช้ให้คุ้มที่สุดหากมีแพลนกลับที่แน่นอนก็ควรจะซื้อตั๋วฮารุกะแบบไปกลับจากสถานีสนามบินคันไซเลย เป็นที่เดียวที่ซื้อแบบไปกลับได้ ซึ่งถ้าซื้อแบบไปกลับก็ประหยัดไปได้ประมาณ 1,000 เยนเลยทีเดียว

การคืนบัตร ICOCA สามารถทำได้ที่สถานี JR ทุกสาขา แต่แนะนำว่าหากจะไปเดินเล่นช๊อปปิ้งไหนก็เก็บไปคืนที่สถานีสนามบินทีเดียว แล้วก็ใช้เงินในบัตรให้เกลี้ยงก่อน แต่สำหรับคนที่ตั้งใจกลับไปเที่ยวอีกบ่อยๆก็สามารถเก็บบัตรไว้ได้ เพราะบัตรนี้มีอายุ 10 ปี สามารถใช้ได้ แต่ถ้าตาลเก็บ ตาลก็คงทำบัตรหายซะก่อน

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่

 

การหักค่าธรรมเนียมในการคืนบัตร 220 เยน  ที่นี่ใช้ธรรมเนียมนี้กับตั๋ววันด้วย ดังนั้นหากซื้อตั๋ววัน ไม่ว่าจะรถไฟ หรือรถเมล์ผิด แล้วขอคืนบัตรก็จะโดนหัก 220 เยนจากมูลค่าบัตร เช่นกัน ยกเว้นแต่ว่าเราจะขอเปลี่ยนบัตรเป็นอย่างอื่นแทน ซึ่งต้องทำที่สถานีที่ซื้อบัตรนั้นมา

ด้านซ้ายคือตั๋วรถไฟจาก สนามบินคันไซ ไปยังเกียวโต   และด้านขวาคือบัตร ICOCA

 

การใช้ตั๋วรถไฟและบัตรICOCA

ตั๋วรถไฟ

เมื่อเราได้ตั๋วรถไฟมาการใช้ก็คล้ายบ้านเรา คือต้องสอดเข้าช่องก่อนจะเดินผ่านประตูเข้าไปในเขตชานชลา ไม่ว่าเราจะซื้อตั๋วระบุที่นั่งหรือไม่ ให้สังเกตุให้ดี ถ้าระบุที่นั่ง (แพงกว่า) ก็ต้องขึ้นให้ถูกตู้ นั่งให้ถูกที่ แต่ถ้าซื้อตั๋วไม่ระบุที่นั่ง อย่าขึ้นตู้ที่ไม่มีคำว่า Non-Reserved เพราะจะโดนไล่ลงมาตอนเจ้าหน้าที่มาตรวจ แล้วถึงเวลานั้นอาจไม่มีที่นั่งเหลือแล้วด้วย  ส่วนใหญ่ตู้ไม่ระบุที่นั่งจะเป็นตู้ท้ายๆ เช่นขบวนที่ขึ้นมี 1-6 ตู้ที่ไม่ระบุที่นั่งก็จะเป็น 4-6

เมื่อได้ที่นั่งแล้วก็อย่าเพิ่งเก็บตั๋ว ทิ้งตั๋ว หรือทำตั๋วหายเด็ดขาด  เพราะเมื่อรถไฟออกแล้วจะมีเจ้าหน้าที่เดินตรวจตั๋ว ปั๊มตรา จดที่นั่งในแต่ละตู้อีกที จริงๆก็แอบเห็นคนเขาซื้อตั๋วกันบนตู้นะ ไม่รู้ว่าราคาแตกต่างกันยังไง แต่ยังไงเราขอซื้อที่ได้ลดราคาแน่ๆไว้ก่อนดีกว่า  อิอิ

พอถึงสถานีปลายทางที่ต้องการจะลงเราก็เอาตั๋วนี่แหละ ไปสอดเข้าเครื่องอีกที แต่คราวนี้เครื่องตรงทางออกจะไม่คืนตั๋วรถไฟให้เราแล้ว เป็นอันจบการเดินทางด้วยรถไฟ

 

icca numtarnicoca02

บัตร ICOCA

บัตรนี้ไม่ได้มีประโยชน์แค่ใช้เดินทาง แต่ใช้ได้เหมือนบัตรเงินสดแบบแรบบิทการ์ดบ้านเรา เพียงแต่ต้องสังเกตุสัญลักษณ์นิดว่าที่ไหนรับบ้าง แต่ที่แน่ๆ คือ รถไฟ รถเมล์ เรือเมล์ แต่ใช้กับลิเก ตำรวจไม่ได้นะ  ใช้ได้หมดเพียงแค่แตะบัตร อย่างในสถานีถ้าเราต้องการใช้ล๊อกเกอร์ก็สามารถใช้บัตรนี่ในการจ่ายเงิน แถมตอนมาเอาออกยังใช้แตะ เพื่อเอาของออกจากล๊อกเกอร์ได้โดยไม่ต้องแสกน QR codeอีกด้วย ซื้ออะไรจ่ายอะไรก็แตะบัตรเอา แตะทีเงินก็ลดที นอกจากใช้ลดตั๋วฮารุกะแล้ว อย่างอื่นก็ไม่ได้ได้ส่วนลดในการเดินทางเป็นพิเศษแต่อำนวยความสะดวกกับเรามากอยู่

การเติมเงินก็เติมได้ตามสถานีรถไฟ จะมีตู้เติมเงินอยู่หรือใครอ่านไม่สะดวกก็หาเจ้าหน้าที่ได้เลย จริงๆหน้าที่เจ้าบัตรนี้ไม่ได้ช่วยเราประหยัดนะ แค่ทำให้เราจ่ายสะดวก เพราะอย่างขึ้นรถเมล์ถ้าไม่มีเจ้าบัตรนี้ เราก็ต้องเตรียมเงินให้พอดีแล้วหยอดใส่เครื่องข้างคนขับ ซึ่งจะไม่มีเงินทอน ดังนั้นเราใช้บัตรนี้ก็คือไม่ต้องคอยหาเหรียญพอดี 230 เยน ทุกครั้งที่ขึ้นลงรถเมล์

 

เครดิตภาพและเรื่องราวโดย : Numtarnstyle fanpage Numtarnstyle.com

นอน A3M ชมความอาท แห่งเมืองยะลา

ภาพเซ็ตนี้ได้รับเลือกจากกลุ่ม ภาพถ่ายศิลป์ๆแนวตามใจฉัน จริงๆแล้วต้องขอบคุณคนออกแบบ ที่พักแห่งนี้ เพราะทันทีที่เดินเข้าไป เห็นปุ๊บคือแบบ มันมีสไตล์ มันต้องถ่ายรูป ฉากสวย ผนังสวย มุมสวย แสงสวย มันเหมาะจริงๆ ภาพทุกภาพนี่คือจบหลังกล้องออกมาโพสต์เลย

 

ใครจะคิด #ยะลา ยังมีมุมแบบนี้อีกเยอะ ได้ไปแล้วจะรู้… #ว่าต้องไปอีก 😘😘

#A3M #yala #ที่พัก #เจ้าของน่ารัก

 

เข้ามาก็เจอมุมนี้ก่อนเลย

เดินมาตาทาง HAll Way เก๋ได้อีก

 

ห้องนี้ ราคาดีงาม  690 บาท แต่จะมีห้อง VIP 1500 มีห้องนอนห้องรับแขกในตัว

ทางเดินแต่ละชั้นก็หน้าตาต่างกันไป

ตกแต่งไม่มาก แต่อาทโคตร

มุมไว้รับแขกนั่งคุย ต้องฟร้อนท์  มีโต๊ะเก้าอี้อีกนะ แต่คนถ่ายอยู่ในอารมณ์อาทไปหน่อย

ได้พักที่นี่ ไม่พอ เรายังไปตามรอยงาน Birdcity Streetart ไม่ต้องพูดเยอะ เพราะภาพจะบอกได้ดีว่าเมืองนี้อาทแค่ไหน 😋😋

 

ชมภาพมาทั้งหมด แล้วจะบอกว่า นี่ล่ะ คือยะลา

 

ไปนราธิวาส กับ ไทยสมายล์ ตกหลุมรักโรตี(มีคลิป)

มีโอกาสได้ไปนราธิวาส ก็เลยทำรีวิวบินไปนราธิวาสกับ “Thaismile” สักหน่อย

อยากบอกว่าประทับใจ คือราคาก็ดีงาม ซื้อตั๋วกระทันหัน ไป-กลับ 2,000 ถ้วนต่อคน ไม่รู้โชคดี หรือราคาดีอย่างนี้ประจำ ราคานี้รวมน้ำหนักโหลด 20 กิโล อาหารเครื่องดื่มบนเครื่องบินแม้จะบินแค่ชั่วโมงครึ่ง แล้วที่ประทับใจที่สุดคือ อาหารอร่อยทั้งไปและกลับ ทั้งคาวและหวาน เครื่องดื่มถ้าไม่พอก็ขอเพิ่มได้ ขากลับถ่ายไม่ทัน  ลืมตัวกินหมดก่อน ได้มาแต่ภาพขนมหวาน เจ้ามูสช๊อคโกแลตแสนอร่อยนี่แหละ ส่วนอาหารคาวคือ หมี่ไก่ผัดซอสเปรี้ยวหวาน อร่อยจนเกลี้ยงหมดทุกอย่างเลยจริงๆ ทั้งๆที่เพิ่งทานข้าวก่อนขึ้นเครื่อง

 

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่

 

 

บินไปนราฯ กับสายการบินนี้ ตรงไหนน่านั่ง วิวด้านไหนสวย ผังเป็นยังไง ลองย้อนกลับไปอ่าน ตามลิงค์นี้ ไปนราธิวาส กับ ไทยสมาย ด้วย Airbus 320

 

 

สวนอาหารริมน้ำ

 

เก็บบรรยากาศเมืองนราฯมาฝาก ทานข้าวเย็นกันเสร็จก็ไปขับรถตระเวนหาโรตีทาน เจอร้านนี้ บอกเลยต้องไปซ้ำ อร่อยจริงๆ ไม่เหมือนใคร แป้งอย่างนุ่ม  โรตีกล้วยไม่ต้องใส่นมน้ำตาลก็อร่อย หวานกลมกล่อม

dji_20181129_1944174306238209592551672.jpg

ชมบรรยากาศตอนบิน กับตัวเมืองนราธิวาสยามค่ำคืนเป็นวีดีโอได้ในคลิปเลยจ้า

 

เครดิตภาพและเรื่องราวโดย : Numtarnstyle fanpage    Numtarnstyle.com

แผนที่ไปโรตีแบยิ ชิมแล้วถูกใจไม่ถูกใจบอกกันบ้างนะคะ

รีวิวจากดอนเมืองไปโอซาก้า(KIX) กับ สกู๊ต (Scoot) ด้วย Dreamliner 787✈️🛩️🛬🏯

การบินไปโอซาก้าหนนี้ของตาล บินด้วยสกู๊ตแอร์ไลน์ คนละสายการบินกับนกสกู๊ตนะ ข้อนี้คนยังสับสนกันอยู่มาก เรียกได้ว่าชะตาฟ้าลิขิต เพราะความจริงได้จองฟูลเซอร์วิสไปกับอีกสายการบินแล้ว แต่ด้วยอุบัติเหตุบางประการ ทำให้ต้องยกเลิกตั๋วเดิม เปลี่ยนตั๋วใหม่และ “ต้อง” บินไปกับสกู๊ต ซึ่งใช้เครื่อง Boeing Dreamliner 787-8 ในการบิน ซึ่งจะบินช่วงเก้าโมง ไปถึงสนามบินคันไซเกือบๆห้าโมงเย็น ใช้เวลาในการบิน ห้าชั่วโมงกว่า ไปถึงก็พระอาทิตย์ตกพอดิบพอดี

ตาลเลือกนั่งโซนเงียบ เนื่องจากต้องการนั่งติดหน้าต่าง เพราะชอบถ่ายรูป ดังนั้นในทุกๆเที่ยวบินจะร้องขอเป็นที่นั่งติดหน้าต่างเท่านั้น แต่หนนี้เนื่องจากจองตั๋วช้าแล้วจึงเลือกมากไม่ได้ ขอแค่ติดหน้าต่างก็บุญแล้ว…

20181114_174225

แต่ในเที่ยวบินนี้ส่วนที่ชอบที่สุดคือหน้าต่างเป็นแบบโพลาไรซ์ สามารถกดปิดเปิดปรับระดับการปล่อยแสงผ่านเข้ามาได้ ดังนั้น หากต้องการถ่ายรูปแต่แสงจ้าเกินไป เราสามารถหรี่ระดับแสงได้ แต่อาจต้องปรับอุณหภูมิสีของภาพให้เหมาะสมด้วยเพราะมีผลต่อภาพถ่ายพอสมควรค่ะ

 

20181107_114304.jpg

มาดูผังที่นั่งกันก่อนเลยScoot_Airlines_Boeing_787-800

ที่นั่งDreamliner 787-8 มีทั้งหมด 3โซน แต่ละช่วงแบ่งแถวที่นั่งเป็น ซ้าย กลาง ขวา

  • โซนที่หนึ่งชั้นนักธุรกิจ (ScootBiz) เริ่มต้นจากแถวที่ 1-3
  • โซนที่สอง “โซนเงียบ” (Scootsilence) โซนนี้จะไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 นั่ง ที่นั่งทุกที่นั่งจะเป็นที่นั่งที่มีที่กว้างสำหรับเหยียดขา แถวที่4-7
  • โซนที่สามชั้นประหยัด (Economy) 9-41 โดยที่ 10-24 จะติดปีก
  • ที่นั่งที่ไม่มีหน้าต่าง 7A, 37A และ 37K
  • ที่นั่งที่อาจถูกรบกวนด้วยคนสัญจรเข้าห้องน้ำ แถวที่ 1, แถวที่ 4F-7F, 5H, 27C-27H, แถวที่ 28 ทั้งหมด
  • แถวที่ 41A,C,H,K และ แถวที่ 42 จะเอนได้น้อยและอาจถูกรบกวนจากคนสัญจรเข้าห้องน้ำ
  • ทุกที่นั่งมีปลั๊ก (อยู่ตรงไหนน้า ไม่ได้สังเกตุแหะ)
  • บนเครื่องมีไวไฟ และทีวีให้บริการ แต่ต้องเสียค่าบริการเพิ่มต่างหาก
  • แถวหน้าของทุกๆตอน และแถวที่อยู่ติดทางออกจะไม่สามารถยกที่พักแขนขึ้นได้ ทำให้ถ้าที่นั่งข้างๆว่าง เราก็จะไม่สามารถลงนอนได้นั้นเอง
ต่อไปการเลือกฝั่งที่นั่ง หากคนที่ไม่ได้ต้องการจะแย่งหน้าต่างกับใครก็คงไม่ยุ่งยาก แต่ถ้าอยากดูวิวสวยๆ ถ่ายรูปงามๆ เนื่องจากเที่ยวบินนี้ใช้เวลาข้ามตั้งแต่ช่วงสายจนช่วงเย็น (ช่วงพระอาทิตย์ตกในช่วงฤดูหนาว)
ถ้าหากเราต้องการเห็นพระอาทิตย์ตกก็จะต้องเลือกฝั่งซ้าย ซึ่งก็คือแถว A ตอนขาไป ส่วนขากลับนั้นกว่าเครื่องจะขึ้นก็มืดซะแล้ว ดังนั้นฝั่งไหนก็ได้เห็นวิวไฟตามเมืองใหญ่ๆพอๆกันนั่นเอง
Kyoto Autum first two week of Nov, 2018

Fly TR 866, Fly Scoot, Boing 787,dream liner, silent area, Bangkok (Donmueang) to Kansai international airport, Osaka

 

 

 

 

 

 

ที่นั่งScootbiz

Seating detailsSeat map key

ขนาดที่นั่ง ความกว้าง จำนวนที่นั่ง
ScootBiz 38 22 21 recliner seats
ScootinSilence 34-36 18.9-19.7 33 standard seats
Economy 31 18.9-19.7 281 standard seats

 

ที่นั่งชั้นนักธุรกิจ

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บ ซีทกูรู

เครดิตภาพและเรื่องราวโดย : Numtarnstyle fanpage Numtarnstyle.com

ข้อควรรู้ เมื่อเข้าร้านอาหารในญี่ปุ่น

  • ส่วนใหญ่ถ้าไปทานอาหารในร้านญี่ปุ่น หลังจากสั่งและอาหารมาครบแล้ว พนักงานจะวางบิลไว้ตรงไหนซักแห่ง ให้เราเอาไปจ่ายตอนจะออกจากร้าน…
  • เข้าไปนั่งแล้วส่วนใหญ่พนักงานจะเอาน้ำเปล่ามาวางไว้ก่อนอย่าตกใจ… บางที่อาจจะมีที่ให้เราไปเอาน้ำเอง
  • กดออดเรียก : หลายร้านจะมีปุ่มให้เรากดเรียกพนักงานเพื่อทิ้งเวลาให้เราปรึกษาก่อนเลือกอาหารได้เต็มที่ ทีแรกเราก็สงสัยว่าไอ้เครื่องนี้คืออะไร หยิบมาแคะ มาแกะ โต๊ะข้างๆก็มอง นั่นยังไม่เท่าไหร่ น้องในกลุ่มกดปุ่มรัวๆ ญี่ปุ่นโต๊ะข้างๆรีบห้ามทันทีเลยจ้า แต่ไม่ทันพนักงานเดินมาแล้ว
  • เข้าร้านญี่ปุ่นจะได้ยินเสียงพนักงานต้อนรับกันเสียงดังมาก (ถ้ามีคนตะโกนมาคนนึงที่เหลือมันจะตะโกนตามกันยังกับเป็นกองเชียร์) ขาากลับก็ตะโกนร่ำลาเราอย่างขันแข็งเช่นกัน ไม่ต้องตกใจ
  • ไม่ต้องให้ทิป : เก็บเราเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น บางร้านจะมีกล่องให้ใส่ทิปตรงเคาท์เตอร์คิดตังค์ใครอยากให้ก็ให้
  • ที่นั่งเคาท์เตอร์ : หลายร้านจะมีที่นั่งทั้งแบบโต๊ะและแบบเค้าท์เตอร์ให้กับลูกค้าที่มากินคนเดียวไม่อยากยุ่งกับชาวบ้านเขา แล้วก็จะได้ไม่ต้องไปนั่งโต๊ะให้มันเปลืองที่ด้วย ใครมาคนเดียวก็นั่งเคาท์เตอร์ไป
  • ไม่ให้สั่งอาหารมากินด้วยกัน : จะมาทำเป็นมานั่งเป็นเพื่อนเหมือนสมัยมหาลัยแล้วไม่สั่งอะไรเลยถือเป็นการเสียมารยาทสำหรับบางที่ โดยเฉพาะร้านที่เค้าแคบๆ ช่วงเวลาเร่งด่วน บางที่สั่งเครื่องดื่มเฉยๆก็ไม่ได้ ต้องสั่งอาหารจานหลักเท่านั้น
  • ไม่ให้ห่อของเหลือกลับบ้าน : กลัวเอากลับไปกินแล้วท้องเสียมาฟ้องทางร้านให้ซวยกันอีก หรือบางทีเอากลับไปแล้วมันไม่อร่อยเหมือนกินที่ร้าน เอาไปพูดกันเสียๆหายๆก็ซวยอีกรอบ
  • ร้านที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะไม่เอาเครื่องปรุงมาวางไว้ให้ ใครขาดไม่ได้ก็ขนกะปิน้ำปลาไปเองแล้วกัน แอบๆใส่หน่อยล่ะ เพราะสำหรับเขาถือว่าเสียมารยาท ประหนึ่งว่าร้านทำไม่อร่อย

เครดิดภาพและเรื่องราวโดย : Numtarnstyle fanpage  Numtarnstyle.com

%d bloggers like this: