คุณเป็น.. 👉นักท่องเที่ยว หรือ👉นักเดินทาง

นักท่องเที่ยว และ นักเดินทาง ต่างกันอย่างไร

ถ้าพิจารณากันดีๆแล้ว สองคำนี้มีส่วนที่ใช้แทนกันได้ และไม่ได้

ในส่วนที่สองคำนี้มีความหมายทับซ้อนกันคือ หมายถึง คนที่เดินทางไปในที่ต่างๆ ในและนอกประเทศ ทั้งไปเอง ไปกับกรุ๊ปทัวร์ ไปคนเดียว ไปกลุ่มใหญ่

แต่หากจะลงในรายละเอียดลึกๆแล้ว #นักท่องเที่ยว หรือ #tourism คือคนหรือกลุ่มคนที่เดินทาง ไปกับกรุ๊ปทัวร์ หรือไปเอง นอนตามโรงแรม ออกไปชมสถานที่ ทำกิจกรรมต่างๆโดยที่ใช้ชีวิต อยู่บนกฏเกณฑ์ และวัฒนธรรมของตนเอง ไม่กลมกลืนไปกับคนท้องถิ่น ถึงแม้จะมีลักษณะรูปร่างหน้าตาที่เหมือนคนถิ่น แต่จะมีลักษณะทางการแสดงออกที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ไม่ใช่คนท้องถิ่นอย่างชัดเจน

ในขณะที่ #นักเดินทาง หรือ #traveller มักจะเดินทางในกลุ่มเล็กๆ จนถึงเดินทางไปคนเดียว ใช้เวลาในการไปแต่ล่ะครั้ง หลายวัน ไปอยู่และพัก แฝงตัวอยู่กับคนท้องถิ่น เช่น โฮสเทลล์ เกสต์เฮ้าส์ หรือกระทั่ง เดินป่า กางเต้นท์ ขึ้นอยู่กับลักษณะพื้นที่ ที่ไป ปรับตัวทำตัวกลมกลืน เรียนรู้วัฒนธรรมถิ่น วิถีชีวิต ในแต่ละที่ ที่ไป

เพราะความต่าง ซึ่งบางครั้ง ความต่างนี้มากเสียจนรบกวนวิถีชีวิตคนท้องถิ่น สังคมส่วนมากจึงค่อนข้างจะมีเสียงตอบรับด้านลบต่อนักท่องเที่ยวมากกว่า คำว่านักเดินทาง

อย่างไรก็ตาม คำสองคำนี้ ไม่ได้ถูกแบ่งขาดจากกัน ดั่งเช่น ขาวกับดำ แต่ออกไปในทางโทน หรือ ความต่างในบางด้านบางสถานการณ์ เช่นนักท่องเที่ยวที่น่ารักก็มีไม่น้อย หรือนักเดินทาง ที่แบกระเป๋าใบใหญ่จนเดินชนคนอื่นไปทั่วขณะใช้ขนส่งมวลชนก็มี ^__^

แล้วเพื่อนๆล่ะ เป็นนักท่องเที่ยว หรือนักเดินทาง

#Numtarnstyle

ทำแบบนี้ชีวิตก็ไหลไปเรื่อย…..โดนมั้ย??

นิสัยที่เห็นบ่อยๆของ
ผู้ใหญ่ในวงการธุรกิจ หลายๆท่าน
.
ส่วนใหญ่นั้น จะไม่คุยอะไรนานๆ
ไม่คุยนานก็จริง แต่ทุกครั้งที่คุยนั้น
ประเด็นเนื้อหาทุกอย่างยังคงครบถ้วน
.
จะว่าพูดน้อย เอาแต่สาระก็ไม่ใช่
เพราะ มุมพักผ่อนเฮฮา คนระดับนี้ก็จะไม่ชอบที่จะไปยืนคุยอะไรนานๆ อยู่ดี
.
การยืนคุยนานๆ “คุยแบบไหลไปเรื่อย”
นั้นแสดงว่าในหัวนั้น จะคิดแบบไหลไปเรื่อย
จับประเด็นไม่ได้ ไม่มีแม้แต่”ความเงียบ”
ที่เป็น “จุดหยุดพัก”
.
สังเกตได้พวกที่ ในหัวฝึกจัดเรียงเรียบเรียงทุกอย่างไว้อย่างดี เวลาพูดในแต่ละครั้งจะรู้ว่า พูดไปเพื่ออะไร
หรือควรพูด ไม่ควรพูดอะไร
.
และ เมื่ออีกฝ่ายพูด ในหัวจะหยุดคิด
มี “ความเงียบ” เกิดขึ้นเป็น “ที่ว่าง”
ให้สามารถจับประเด็นของอีกฝ่ายได้เร็ว
.
นี้คือความฉลาดทางอารมณ์แบบนึง
ที่ตามปกติจะรู้สึกได้ในตอนโต
เมื่อไรที่คุณสามารถฝึก การจัดเรียงในหัวแล้ว
มันส่งผลได้ดีมากๆ ในเวลาคุณจะคิดเรื่องอะไรแบบจริงจัง
.
อย่าไปมัวนั่งเสียเวลากับการคุยแบบไหลไปเรื่อย
เพราะมันจะส่งผลให้ชีวิตไหลไปเรื่อยเช่นกัน
.
การสื่อสารที่ดี ต้องมีจุดหยุดพัก คือความเงียบ
เมื่อไรที่คุณเบื่อที่จะไปยืนคุยอะไรนานๆ
นั้นแสดงว่าคุณได้เริ่มพัฒนา “ความฉลาดทางอารมณ์
ขึ้นมาอีกระดับ ”
.
รับรู้ทุกเรื่องที่เข้ามา และเรียบเรียงได้
และช่วยกันการรับรู้เรื่องคนอื่น และโฟกัสแต่เรื่องสำคัญได้มากขึ้นด้วย
.
ขอบคุณบทความดีๆจากเพจไปให้ถึง100ล้าน

ต้องรู้จักเลือกคบคน ถึงจะเจริญ

ตาลเจอบทความนี้มา ส่วนตัวรู้สึกชอบมาก เลยขอนำมาบันทึกไว้ เมื่อย้อนเห็นจะได้ให้สติตัวเอง การไม่คบ เลือกคบ ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การเมตตาเขาโดยไม่ยุ่งกับเขา ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว

การรู้จักเลือกคบคน เลือกคบกัลยาณมิตร
เป็นทางเดินที่ดี เป็นเบื้องต้นของอริยมรรค

อยู่กับโลกต้องรู้จักเลือกคบคน
ถ้าเราไม่รู้จักเลือกคบคน เราจะไม่เจริญทั้งทางโลกและทางธรรม
อย่างการอยู่ในโลกต้องทำมาหากิน
คนจะทำมาหากินแล้วรวยขึ้นมาได้ มีอยู่ข้อหนึ่ง
คือ กัลยาณมิตร
ต้องคบกัลยาณมิตร คบคนบางคนแล้วหายนะ
เพราะอย่างนั้น ต้องรู้จักเลือก

ในทางธรรมะก็เหมือนกัน
เราก็ต้องรู้จักเลือก ไม่ใช่รวมกลุ่มกันใหญ่ๆ
เราไม่ใช่ฝูงปลาว่ายตามกันไป
เราไม่ใช่ฝูงนกบินตามกันไป
เราเป็นคนมีสติมีปัญญาอยู่
เราต้องรู้ว่าเราคบกับใครแล้วกุศลเจริญ อกุศลลดลง เราก็คบกับคนชนิดนั้น
ถ้าเราคบคนไหนอกุศลเกิดขึ้น กุศลหายไป
เราก็ไม่เอา
พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้สอนให้เราคบคนทุกคนเท่าๆ กัน ท่านให้เราคบบัณฑิต ไม่ให้คบคนพาล
มันเสียหายทั้งทางโลกและทางธรรม

แต่มันเป็นคนละเรื่องกับความเมตตา
เราภาวนาไป ความเมตตากรุณามีให้ทุกคน
แต่การจะคบ ไม่คบทุกคน
บางคนเมตตากรุณาแล้วมีโทษมาก
ใจเราเมตตา แต่เราไม่ยุ่งกับเขา
เพราะฉะนั้น การรู้จักเลือกคบคน
เลือกคบกัลยาณมิตร
เป็นทางเดินที่ดี เป็นเบื้องต้นของอริยมรรค

เครดิต https://www.dhamma.com/kanlayanamit/