ขึ้นบาลาฮาลาไม่ทัน เลยหนีมานอนสุไหงโกลก โชคดีเลย(มีคลิป)

 

วันก่อนโพสต์ลงเพจ Numtarn style ไปแล้วยังไม่ได้เฉลยว่าคือที่ไหน…

วันนี้พอมีเวลาเลยขอเขาเอารูปที่พัก และเฉลยทีเดียวท้ายบทเลยนะ ❤ ❤

จริงๆไม่ได้มีแผนจะไปนอนที่นี่ แต่เนื่องด้วยวันที่เราจะขึ้นไปนอนบนเขา วัดพระธาตถภูเขาทอง แต่วันนั้นเราวิ่งผิดทางขึ้นไปทางแว้ง ซึ่งทางนั้น ถนนก่อนจะถึงวัดพระธาตุ จะเป็นลักษณะออฟโร๊ด เราไปกันด้วยรถเก๋ง เลยต้องถอยมาตั้งหลัก เพราะว่าเวลาตอนนั้นก็ราวหกโมงเย็น ซึ่งมืดแล้วสำหรับในป่า แถมไม่มีสัญญาณมือถือ GPS ใดๆเลยด้วย ไม่มีทางรู้ว่า ทางข้างหน้าจะแย่กว่าตรงที่เรามาถึงอีกมั้ย จึงตัดสินใจถอยลงมานอนที่โกลกกัน

ในความผิดหวัง ก็ได้สิ่งที่เกินคาดมาแทน เราตัดสินใจเลี้ยวเข้ามานอนที่นี่ ตอนกลางคืนว่าสวยแล้ว ตื่นเช้ามา อากาศดี สดชื่น ห้องสวย มีเสียงนก เสียงธรรมชาติจนอยากอยู่ต่อเลยทีเดียว

 

ส่วนตัว ชอบสถานที่ สงบ พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส น่ารัก ให้ข้อมูลดีมากๆ บรรยากากาศดี ตื่นเช้ามาเปิดประตูระเบียง ก็สดชื่นเลย ราคาไม่แพง อยู่ในเรท พันนึงต่อคืน

Naradhiwat

Golok Golf Club & Resort

Naradhiwat

Golok Golf Club & Resort

Naradhiwat

Golok Golf Club & Resort

ชี้เป้าเป๊ะๆ ให้ไปตรงนี้เลยจ้า

ปักหมุด ไปโกลกกลอฟคลับ

เครดิตภาพและเรื่องราวโดย : Numtarnstyle fanpage Numtarnstyle.com

ชมวิวไร่แอลอง รีสอร์ทธรรมชาติแสนสงบ ในจังหวัดนราธิวาส

ไร่แอลอง เป็นรีสอร์ท ที่ตั้งอยู่ บนถนนสายยะลา-นราธิวาส   เส้นทางนี้จะวิ่งผ่านเทือกเขาบูโด หากไปจากนราธิวาส ไร่นี้จะอยู่ช่วงที่ลงจากเขาบูโดแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปไม่ลึกก็จะถึงไร่แห่งนี้    ซึ่งบริเวณนี้ชาวบ้านเรียกกันว่าเขายือลาแป หรือบ้านยือลาแป  ชมบรรยากาศไร่แอลอง ให้ชื่นใจ  วันที่ไปอากาศดีมาก เย็นสบายไม่ต่างจากภาคเหนือเลยทีเดียว สูดโอโซนจนเต็มปอดเลยทีเดียว และยังทีมุมเก๋ๆให้ถ่ายรูปอีกด้วย

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่

 

เครดิตภาพและเรื่องราวโดย : Numtarnstyle fanpage Numtarnstyle.com

มัสยิด 300 ปี หมู่บ้านตะโละมาเนาะ (มีคลิป)

ก่อนขึ้นไปเที่ยวชมบรรยากาศบนเขาบูโด เราแวะเข้ามัสยิด 300 ปีกันก่อน

มัสยิดแห่งนี้เป็นมัสยิดของกลุ่ม ที่แตกทัพมาจากปัตตานี มาปักหลักที่นี่

มัสยิดตะโละมาเนาะ (มลายู: Masjid Telok Manok)หรือ มัสยิดวาดีลฮูเซ็น (มลายู: Masjid Wadi Hussein) เป็นศาสนสถานในศาสนาอิสลามแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านตะโละมาเนาะ ตำบลลุโบะสาวอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส บริเวณเชิงเขาบูโดมัสยิดแห่งนี้สร้างด้วยเครื่องไม้ดั้งเดิมไม่ใช้ตะปูในการสร้าง มีความงดงามและเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลกมลายู (Nusantara) ภายในเป็นที่เก็บรักษาพระคัมภีร์อัลกุรอานซึ่งเขียนด้วยลายมือของวันฮุซเซน อัซซานาวี อิหม่ามคนแรกของมัสยิด และยังเป็นมัสยิดที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานกันระหว่างมลายู ไทย และจีน

มีหลังคาทรงจั่ว ปลายปั้นลมเป็นแบบมลายูตรังกานู มีผนังฝาลูกฟัก และยกใต้ถุนสูง ใช้การสลักไม้แทนตะปู ใช้บือจือตา (เครื่องมือคล้ายขวาน บ้างเรียกขวานเล็ก) สำหรับตัดไม้ ใช้บันลีโยง (ลิ่ม) เพื่อผ่าไม้ และใช้บายิ (เครื่องมือคล้ายจอบ) ถากไม้ตะเคียนให้เรียบแต่เดิมหลังคามุงด้วยจาก แต่ต่อมาได้เปลี่ยนไปมุงหลังคาด้วยกระเบื้องซึ่งทำจากอิฐสงขลา

อาคารมัสยิดหลังแรก มีหลังคาทั้งหมดสามชั้น เสาแกะสลักลายดอกพิกุล หลังคาชั้นที่สามเป็นโดมรูปเก๋งจีนแท้อยู่บนหลังคา มุงด้วยกระเบื้องดินเผา เดิมเก๋งจีนจะถูกใช้เป็นหออาซาน

หมู่บ้านตะโละมาเนาะในอดีตเป็นป่าสมบูรณ์ ต่อมาวันฮุซเซน อัซซานาวี (Wan Hussein As-Sanawi) นักการศาสนาอิสลามจากหมู่บ้านสะนอ (ปัจจุบันคืออำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี) และภรรยาคืออุมมีกัลซุม (Ummi Kalsom) หญิงชาวบ้านม่วงหวาน (ปัจจุบันคืออำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี)พร้อมผู้ติดตามจำนวนหนึ่งหนีภัยสงครามระหว่างสยามและปัตตานีบางแห่งก็ว่าโยกย้ายถิ่นฐานจากพระราชบัญชาของเจ้าเมืองสลินดงบายู (เมืองสายบุรี) ไปตั้งถิ่นฐาน ณ บริเวณเชิงเขาบูโด

กล่าวกันว่าวันฮุซเซนเป็นนักการศาสนาที่ยอดเยี่ยม สามารถท่องจำพระคัมภีร์อัลกุรอานได้อย่างลึกซึ้งทั้งเล่ม รวมทั้งผลิตนักปราชญ์ทางศาสนาได้จำนวนมาก มีดำริให้สร้างมัสยิดสำหรับปฏิบัติศาสนกิจ จึงสร้างมัสยิดจากวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นคือไม้ตะเคียน ซึ่งมีมากในป่าบูโด และใช้เครื่องมือท้องถิ่น โดยมีหะยีซายฮู ครูสอนศาสนาเป็นผู้ก่อสร้าง และแซมะเป็นนายช่าง


เครดิตภาพและเรื่องราวโดย : Numtarnstyle fanpage Numtarnstyle.com

ไปนราธิวาส กับ ไทยสมายล์ ตกหลุมรักโรตี(มีคลิป)

มีโอกาสได้ไปนราธิวาส ก็เลยทำรีวิวบินไปนราธิวาสกับ “Thaismile” สักหน่อย

อยากบอกว่าประทับใจ คือราคาก็ดีงาม ซื้อตั๋วกระทันหัน ไป-กลับ 2,000 ถ้วนต่อคน ไม่รู้โชคดี หรือราคาดีอย่างนี้ประจำ ราคานี้รวมน้ำหนักโหลด 20 กิโล อาหารเครื่องดื่มบนเครื่องบินแม้จะบินแค่ชั่วโมงครึ่ง แล้วที่ประทับใจที่สุดคือ อาหารอร่อยทั้งไปและกลับ ทั้งคาวและหวาน เครื่องดื่มถ้าไม่พอก็ขอเพิ่มได้ ขากลับถ่ายไม่ทัน  ลืมตัวกินหมดก่อน ได้มาแต่ภาพขนมหวาน เจ้ามูสช๊อคโกแลตแสนอร่อยนี่แหละ ส่วนอาหารคาวคือ หมี่ไก่ผัดซอสเปรี้ยวหวาน อร่อยจนเกลี้ยงหมดทุกอย่างเลยจริงๆ ทั้งๆที่เพิ่งทานข้าวก่อนขึ้นเครื่อง

 

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่

 

 

บินไปนราฯ กับสายการบินนี้ ตรงไหนน่านั่ง วิวด้านไหนสวย ผังเป็นยังไง ลองย้อนกลับไปอ่าน ตามลิงค์นี้ ไปนราธิวาส กับ ไทยสมาย ด้วย Airbus 320

 

 

สวนอาหารริมน้ำ

 

เก็บบรรยากาศเมืองนราฯมาฝาก ทานข้าวเย็นกันเสร็จก็ไปขับรถตระเวนหาโรตีทาน เจอร้านนี้ บอกเลยต้องไปซ้ำ อร่อยจริงๆ ไม่เหมือนใคร แป้งอย่างนุ่ม  โรตีกล้วยไม่ต้องใส่นมน้ำตาลก็อร่อย หวานกลมกล่อม

dji_20181129_1944174306238209592551672.jpg

ชมบรรยากาศตอนบิน กับตัวเมืองนราธิวาสยามค่ำคืนเป็นวีดีโอได้ในคลิปเลยจ้า

 

เครดิตภาพและเรื่องราวโดย : Numtarnstyle fanpage    Numtarnstyle.com

แผนที่ไปโรตีแบยิ ชิมแล้วถูกใจไม่ถูกใจบอกกันบ้างนะคะ

ไปนราธิวาส กับ ไทยสมาย ด้วย Airbus 320

ท่าอากาศยานนราธิวาส (อังกฤษ: Narathiwat Airport) ตัวย่อ NAW ตั้งอยู่ที่บ้านทอน ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เป็นท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม ปัจจุบันมีทางวิ่ง 2,500 เมตรเพื่อรองรับอากาศยานลำใหญ่ในอนาคต เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2556 ได้เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เดินทางจากท่าอากาศยานนราธิวาสไปท่าอากาศยานเมืองญิดดะฮ์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ด้วยเครื่องบินของสายการบินไทย

รอบนี้เราไปสายการบินไทยสมายล์ ซึ่งใช้เครื่อง Airbus A320 บิน

มาดูผังที่นั่งกันก่อนเลย
ที่นั่งสไมล์พลัส มีทั้งหมด 4 แถว เริ่มต้นจากแถวที่ 31-34 ทั้งหมดมี 16 ที่นั่ง แบ่งแถวตอนลึก ซ้าย ขวา ฝั่งละ 2 ที่นั่ง
ที่นั่งมาตรฐานก่อนปีก เริ่มจากแถวที่ 35-39 ซ้ายสามที่นั่ง ขวาสามที่นั่ง
ที่นั่งมาตรฐานช่วงปีก เริ่มจากแถวที่ 40-48 ซ้ายสามที่นั่ง ขวาสามที่นั่ง
ที่นั่งมาตรฐานหลังปีก เริ่มจากแถวที่ 49-59 ซ้ายสามที่นั่ง ขวาสามที่นั่ง
*แถว 41-42 จะได้พื้นที่วางขากว้างขึ้น
*แถว31-32 อยู่ติดห้องน้ำ/ครัว และไม่อนุญาตให้วางของใต้ที่นั่งระหว่างเครื่องขึ้น-ลง

เอาจริงๆ บินขึ้นลงกรุงเทพ-นราธิวาส ส่วนตัวชอบนั่งฝั่งตะวันออกตอนขาลง คือฝั่ง A เพื่อแสงไม่ส่องเข้าหน้าต่างโดยตรงคนชอบถ่ายรูปจะสามารถถ่ายรูปได้สวย

สวนขาขึ้นควรนั่งฝั่งตะวันตกริมหน้าต่างก็คือแถว A เช่นกัน เนื่องจากจะเป็นช่วงพระอาทิตย์ตกดิน ก็จะได้ภาพรอยต่อแสงระหว่างกลางวันกลางคืนสวยงามทีเดียว

แต่สิ่งสำคัญสุดคือต้องเลี่ยงที่นั่งที่อยู่ในช่วงปีก
Thai_Smile_A320_new

ถึงจะบินแค่ชั่วโมงครึ่งแต่แอร์สาวสวยของเราก็เสริฟอาหารนะจ๊ะ รสชาติยังอร่อยสมชื่อการบินไทย

รถประจำทางทั่วไปและรถลีมูซีน

  • จากท่าอากาศยานนราธิวาส – ตัวเมืองนราธิวาส – ขนส่งนราธิวาส
  • จากท่าอากาศยานนราธิวาส – อำเภอตากใบ – ด่านศุลกากรอำเภอตากใบ
  • จากท่าอากาศยานนราธิวาส – อำเภอสุไหงโก-ลก – ด่านศุลกากรอำเภอสุไหงโก-ลก
  • จากท่าอากาศยานนราธิวาส – อำเภอสุไหงปาดี
  • จากท่าอากาศยานนราธิวาส – อำเภอระแงะ (ต่อรถลีมูซีนเข้าตัวเมืองแล้วต่อรถโดยสาร-ประจำทางเข้าอำเภอระแงะ)
  • รถสองแถวประจำทางเข้าอำเภอเมืองนราธิวาส
  • สถานีรถไฟตั้งอยู่ห่างจากท่าอากาศยานนราธิวาส ประมาณ 35 กิโลเมตร ผู้โดยสารสามารถนั่งรถลีมูซีน จากท่าอากาศยานนราธิวาส ไปยังขนส่งนราธิวาส และต่อรถประจำทางไปยังสถานีรถไฟ อำเภอระแงะได้

เปิดแผนที่เพื่อวางแผนการเดินทาง

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บ สกายสแกนเนอร์ และ ซีทกูรู

เครดิตภาพและเรื่องราวโดย : Numtarnstyle fanpage  Numtarnstyle.com

เดินลุยดุ่ยๆ เข้าไปดูต้นกะพงยักษ์ ทำความรู้จัก ป่าฮาลาบาลา

ภาพหน้าปกด้านบนคือ สะพานไม้ ทางเดินไปดูต้นสมพง หรือ กะพงยักษ์

#ฮาลาบาลา ป่าดิบชื้นแห่งเดียวในประเทศไทย และยังคงเป็นผืนใหญ่มีอาณาเขตครอบคลุม ยะลา-ปัตตานี และข้ามไปยังมาเลเซีย

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา เป็นพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งหนึ่งในประเทศไทย ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศ เป็นผืนป่าที่ประกอบไปด้วยผืนป่าสองผืน คือ ป่าฮาลา ในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และ ป่าบาลา ในพื้นที่อำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส แม้ป่าทั้งสองผืนนี้จะไม่ได้ติดเป็นป่าผืนเดียวกัน แต่ทว่าในปี พ.ศ. 2539 ได้มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าร่วมกัน

โดยคำว่า “บาลา” มาจากคำว่า “บาละห์” ที่แปลว่า “หลุด” หรือ “ปล่อย” มีที่มาจากช้างเชือกหนึ่งที่หนีเข้าป่าฝั่งอำเภอแว้ง และคำว่า “ฮาลา” หมายถึง “อพยพ” หมายถึง ผู้คนที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากตัวเมืองปัตตานีในอดีต จนมาอาศัยอยู่เป็นชุมชนรอบ ๆ ชายป่า โดยป่าแห่งนี้อาจเรียกชื่อสลับกันได้ว่า บาลา-ฮาลา โดยผู้คนที่อยู่ในอำเภอแว้งจะเรียกว่า “บาลา-ฮาลา” แต่คนที่อาศัยในอำเภอเบตงจะเรียกว่า “ฮาลา-บาลา”

เครดิดภาพและเรื่องราวโดย : Numtarnstyle fanpage Numtarnstyle.com