แต่งยังไง ให้ไปตะลุยหนาวสุดขั้วไหว

เครื่องแต่งกายสำหรับ สภาพอากาศหนาวสุดขั้ว
หลายๆคนมักมีปัญหาในการเตรียมเครื่องแต่งกายหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการท่องเที่ยวในสถานที่ที่มีสภาพอากาศแบบหนาวสุดขั้ว ซึ่งความทนทานในความหนาวของแต่ละคนนั้นก็แตกต่างกันไป การที่เราจะบอกว่าต้องเตรียมเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์แบบนี้แบบนั้นไปนั้นบางทีก็เป็นเรื่องที่แนะนำได้ยากพอสมควร บทความนี้ทาง Wonder Wander เลยตั้งใจจะมาสรุปถึงอุปกรณ์คร่าวๆให้ได้นำไปอ้างอิงเพื่อที่จะเตรียมตัวรับมือกับอากาศหนาวเหน็บได้อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ อากาศหนาวสุดขั้วที่ว่านั้น ทางเราขอพูดกันถึงอุณหภูมิที่คนเขตร้อนอย่างเราๆไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่นัก นั่นก็คือ ตั้งแต่ 0 องศาลงไป จนถึงประมาณ -20 องศา (จริงๆ ตั้งแต่ -5 ลงไปก็แทบจะไม่รู้สึกว่ามันหนาวเพิ่มขึ้นสักเท่าไหร่ ฮ่าๆ) เริ่มจากส่วนลำตัวทั้งท่อนบนท่องล่างกันก่อน ร้านค้าหรือยี่ห้อที่กล่าวถึง ทางเราไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่อย่างใดนะครับ ^^ใครชอบยี่ห้อไหนเป็นพิเศษลองพิจารณาจัดซื้อกันได้ตามสะดวก Innerwear หรือ Base layer หรือที่เรียกกันติดปากว่า ล่อนจ้อน เอ๊ย ลองจอน อันนี้มีหลายเกรด ธรรมดาหาซื้อง่ายหน่อย ก็ Uniqlo ถ้าเกรดดีหน่อยแบบหนาๆ ก็พวกแบรนด์ดังอย่าง Columbia / The North Face ใส่เอาไว้เพื่อรักษาความอุ่นในร่างกายไม่ให้ไหลออกไปไหน (แนะนำให้เลือกไซส์ที่รัดแนบตัวไปเลยนะครับ อารมณ์ bodysuit) มีให้เลือกทั้งส่วนบนส่วนล่างนะครับ

Base Layer (รูปจาก Google)
ชุดชั้นกลางแนะนำเสื้อและกางเกงที่ทำจากผ้าฟลีส Fleece ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยให้ความอบอุ่นได้ดีและมีน้ำหนักเบาหาซื้อได้ตามร้านขายของ Outdoor หรือใครอยู่ใกล้โลตัสสาขาใหญ่ๆในกทม.แนะนำให้ไปดูที่ Decathlon นะครับ ที่นี่มีแทบทุกอย่างที่ต้องการ หรือจะแวะไปดูที่ Uniqlo ก็ได้น่าจะสามารถหาได้ทั้งเสื้อและกางเกง Fleece

Fleece (รูปจาก internet)
ข้างต้นกล่าวไปได้สองชั้นแล้ว (ไม่รวมกางเกงในนะอิอิ) มาถึงชั้นที่สามกันบ้าง – ชั้นนอกแต่ไม่นอกสุด แนะนำเป็น เสื้อขนห่าน หรือ Down Jacket หรือที่คุ้นเคยกันดีในนาม #เสื้อแหนม (เดี๋ยวนี้มักใช้วัสดุเป็นใยสังเคราะห์ซึ่งให้ความอุ่นได้ดีแต่มีราคาถูกกว่า) ซึ่งจะอุ่นมากอุ่นน้อยก็ขึ้นอยู่กับจำนวน Down Fill ที่ระบุเอาไว้ ธรรมดาก็ Down Fill 550-600 ดีขึ้นมาหน่อยก็ 700-800 ดีมากๆ ก็ 900-1000 บางรุ่นก็พับเก็บเล็กๆได้ บางรุ่นก็กันละอองน้ำได้ ลองสามารถไปเลือกดูกันได้เลยตามร้านค้าชั้นนำไม่ว่าจะเป็น Uniqlo / Decathlon / Columbia / The North Face ราคาก็ต่างกันไปตามแบรนด์ที่เลือกครับ (ชั้นนี้ส่วนกางเกงไม่มีนะครับ กระโดดไปเป็นชั้นนอกสุดเลย)

Down Jacket (รูปจาก Google)
– มาถึงชั้นนอกสุดกันบ้าง ชุดกันลมกันฝน (Wind and Waterproof Jacket ) อันนี้เหมาะสำหรับทริปที่เป็นเป็นที่โล่งและสูง ที่มีโอกาสจะเจอลมแรงๆ อย่างเช่น ไอซ์แลนด์ เป็นต้น ส่วนมาก เป็นแบบเป็น packable หรือ แบบพับเก็บเป็นก้อนเล็กๆได้ ดังนั้นหากไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงหากมีอยู่แล้ว ก็พกติดไปไว้ในทุกๆทริปที่คิดว่ามีโอกาสใช้ก็ดีนะครับ ไม่ได้เปลืองที่อะไรมากมาย บางคนอาจจะมีเป็นเสื้อสกีหรือกางเกงสกี (Snow Jacket and Pants) ก็เอามาใช้ทดแทนกันได้นะครับ แต่อาจจะใหญ่ เทอะทะและหนักกว่าแบบที่ pack ได้

เสื้อกันลมกันฝน (รูปจาก Google)

กางเกงกันลมกันฝน (รูปจาก http://www.thenorthface.com)

กางเกงสำหรับเล่นสกี (รูปจาก google)
สรุปลำดับการใส่เครื่องแต่งกายในอุณหภูมิระดับติดลบมากๆ ท่อนบน : ลองจอน > ฟลีส > ขนห่าน > กันลมกันฝน ท่อนล่าง : ลองจอน > ฟลีส > กันลมกันฝน หากอุณภูมิแค่ติดลบต้นๆ อาจจะลดทอนบางส่วนออกได้ครับตามความเหมาะสมครับ จบกันไปแล้วกับท่อนบนและท่อนล่าง มาว่ากันต่อในจุดที่ค่อนข้างเปราะบางกับลมและอุณหภูมิกันบ้าง ใบหน้าและศรีษะ ส่วนนี้เป็นส่วนเปิด ดังนั้นทางเราแนะนำให้หาอุปกรณ์มาปิดดังนี้ – ผ้าพันคอ หรือ ปลอกคอ หรือ ผ้าบัฟ (Scalf or Neckwarmer or Buff) ลองเลือกดูได้ตามความชอบและเหมาะสมเลยครับ เอาไว้ปิดคอรวมจนถึงใบหน้าท่อนล่าง กันได้ทั้งลม ให้ได้ทั้งความอบอุ่น – หมวกไหมพรม หรือ หมวกที่สามารถให้ความอบอุ่นได้แว่นตากันแดด ฤดูหนาวในวันฟ้าใสนี่ บอกได้เลยว่าแสงอาทิตย์มาแรงมาก ยิ่งถ้ามีหิมะด้วยแล้วละก็ สะท้อนแสงกันตาแทบบอด ติดเอาไว้กันด้วยนะครับ

หมวก ปลอกคอ แว่นกันแดด (รูปจาก google)
ส่วนมือ แนะนำเป็น ถุงมือที่ให้ความอุ่น 1 ชั้น (liner gloves) และ ถุงมือกันลมอีก 1 ชั้น (windproof gloves) จะทำให้เราสามารถปรับใช้ในกรณีที่ต้องการจับถือหรือใช้งานกล้องได้ดีกว่าแบบหนาๆครับ หรือถ้าอุณหภูมิไม่ได้เย็นจัดจะลดเหลือชิ้นเดียวก็ได้ครับ แต่บอกเลยว่าตรงนี้เปราะบางมากๆ นิ้วอาจจะไร้ความรู้สึกได้ ><~

ถุงมือให้ความอุ่น และ ถุงมือกันลม (รูปจาก google)
ส่วนเท้า อันดับแรกก็ต้อง ถุงเท้าอย่างหนาก่อนเลย อาจจะเป็นแบบขนสัตว์ (wool socks) หรือ จำพวกที่มีเทคโนโลยี อย่าง Heattech ของ Uniqlo แต่บอกเลยได้ว่า ถ้าไปยืนแช่อยู่กับที่นานๆ (ช่างภาพอย่างเราๆนี่ตัวดีเลย) แล้วรองเท้าไม่ได้เป็นรองเท้าที่หุ้มเท้าเรามิดชิดอย่างพวก รองเท้าเทรคกิ้ง (Treking Shoes or Boots) หรือ รองเท้าลุยหิมะ (Snow Boots) แล้วล่ะก็ ความรู้สึกจะเหมือนกับว่า นิ้วเท้าเราได้หายไปหมดแล้ว บรั๊ยยยยยย

ถุงเท้าหนา รองเท้าเทรคกิ้ง บูทลุยหิมะ (รูปจาก google)
เป็นอย่างไรกันบ้างครับอุปกรณ์ที่ทางเราแนะนำให้มีเตรียมไว้สำหรับทริปที่มีอุณหภูมิหนาวอย่างสุดขั้ว อย่างไรก็ดี รายการอุปกรณ์ด้านบนนั้น เป็นแค่ส่วนนึงที่ทางเราแนะนำเท่านั้น

การที่จะเลือกซื้อมาใช้นั้น บางทีก็ต้องดูลักษณะทริปที่เราไป สถานที่ที่เราไป ไลฟ์สไตล์ของเรา นำไปประกอบการพิจารณาด้วยนะครับ

ยกตัวอย่างเช่น หากไป เลห์ช่วงหน้าหนาว อาจจะลดทอนบางอย่างออกได้ รองเท้า snow boots อาจจะไม่ถึงขั้นจำเป็นต้องหามาใช้งาน อาจจะใช้เป็นรองเท้า hiking / treking ก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะลักษณะทริปไม่ได้เป็นแบบที่ต้องไปลุยหิมะอะไรแบบนั้น (อาจจะมีหิมะตกบ้างแต่เส้นทางไม่ได้มีการไปเดินลุยอะไร) หรือ ถ้าไป Iceland หน้าหนาว ล่าแสงเหนือ ก็อาจจะต้องจัดเต็มกันหน่อย เพราะโอกาสเข้าไปลุยหิมะจะมีเยอะกว่า ลมแรงกว่า แม้ว่าอุณหภูมิที่เช็คดูอาจจะเท่ากันทั้งสองที่ แต่เจอลมกรรโชกเข้าไป windchill อาจจะทำให้เรารู้สึกหนาวขึ้นไปอีก 10 กว่าองศา ก็ได้
สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับอุปกรณ์คร่าวๆก็น่าจะมีเท่านี้ ยังไงไปเที่ยวที่ไหนก็อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ไปให้ครบครันตามสภาพอากาศนะครับ เดี๋ยวจะเที่ยวไม่สนุกนะเอ้ออออ แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปครับ

NOTJUSTNUT

หนาวสุดๆกับลมที่ Iceland

เย็นยะเยือกกับอุณหภูมิที่ Iceland

บรรยากาสบนทะเลสาบน้ำแข็งไบคาล

CRภาพและเนื้อหา : Wonder-Wander Fanpage

ลองจอห์น  ฮีทเทค เทอมอล คืออะไร เลือกอะไร แบบไหน ยังไงดี……????

จะไปลุยหิมะ ปะทะลมหนาว ปัญหาใหญ่อย่างแรกคือ ต้องใส่อะไรยังไง เสื้อกันหนาวแล้ว ใครๆก็บอกไม่พอ ต้องมีตัวใน ต้องเป็นแบบนั้น ต้องเป็นยี่ห้อนี้ ส่วนตัวจะไม่มาเขียนเชียร์ยี่ห้อไหน แต่ถามว่าชอบของฝั่งไหนก็ตอบตรงๆ ว่าชอบของทางยุโรปมากกว่า แต่ก็นั่นแหละ สบายของแต่ละคนมีนิยามต่างกัน
ลองจอห์น ฮีทเทค เทอมอล ล้วนแล้วแต่เป็นคำศัพท์ที่เรียกแตกต่างกันไปแต่ละพื้นที่ แต่ละค่าย แต่สุดท้าย สรุปทั้งหมดก็คือ… ชั้นในที่ใส่เพื่อรักษาความร้อนของร่างกาย ไม่ให้หลุดออกมา สลายไปกับอากาศเย็นที่อยู่ภายนอก ซึ่งมีทั้งเสื้อและกางเกง ซึ่งแต่ละค่าย แต่ละแบรนด์ต่างก็มีเทคโนโลยีของตัวเองที่พัฒนาขึ้น มีสไตล์ที่ต่างกันไป จากนั้นก็ใส่ เสื้อกางเกง ปกติ ตามแฟชั่นที่แต่ละคนชอบใส่ทับอีกชั้นนึง

สมัยที่ต้องผจญกับอุณหภูมิ 0 องศา ส่วนตัวใส่แค่ส่วนที่เป็นกางเกง เพราะว่าเสื้อ เราสามารถใส่โค๊ทกันหนาว ใส่เข้า ถอดออกง่ายๆ เวลาเข้าภายในอาคาร อุณหภูมิภายในก็จะถูกรักษาไว้ที่ 20 องศานิดๆ เวลาออกนอกตัวอาคารก็ต้องกลับออกมาเจอกับอากาศที่ต่างกันมากกว่า 20 องศา ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องใส่ๆ ถอดๆเจ้าตัวโค๊ทข้างนอก ความที่ส่วนตัวไม่ใช่คนแฟชั่นจ๋า ก็จะเลือกใช้เป็นโค๊ทยาว Over-coat เพื่อความสะดวกนั่นเอง เพราะหากเป็นตัวสั้น เราก็จะต้องหาบู๊ท หรือถุงเท้ายาวใส่อีกชั้นเพื่อความอุ่น แต่โค๊ทยาว กับกางเกงตัวในที่รักษาความอุ่นแล้วตามด้วยยีนส์ทับข้างบน เพียงเท่านี้ก็จบ สามารถอยู่ได้สบาย ไปไหนมาไหนก็สะดวก หยิบตัวเดียวแล้วออกได้เลย

การเลือกส่วนผสมของวัสดุที่นำมาทำ ก็เป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดถึงคุณภาพ ดังนั้นทุกครั้งที่เราเลือกก็ต้องอ่านป้ายดูว่าใช้วัสดุอะไรกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ว่ากันว่า วัสดุที่ดีที่สุด อุ่นที่สุด ก็คือ Wool แต่…ข้อเสียคือดูแลรักษายาก และมีราคาสูงปรี๊ด…..นั่นเอง

อีกประการที่ส่งผลต่อการใช้ประโยชน์จริงๆคือ ดีไซน์ เสื้อกับกางเกงรักษาอุณหภูมิที่ดี ต้องมีขนาดพอดีตัว หรือหยืดหยุ่นให้เข้ากับรูปร่างได้ดีที่สุด เนื่องจากว่า ช่องว่างระหว่างผิวกับเนื้อผ้า นั้นจะทำให้เราสูญเสียความร้อนของร่างกายไปเมื่อเราขยับ แต่ถ้าไม่ได้ไปในที่ๆ อุณหภูมิติดลบ ก็อาจจะไม่มีผลมากจนทำให้เรารู้สึกถึงความแตกต่าง แต่ถ้าเป็นคนขี้หนาว ก็คงต้องไม่มองข้ามข้อนี้ไป

ในไทยเองตอนนี้ หลายคนคุ้นเคยกับคำว่า “ฮีทเทค” มากกว่าอย่างอื่น เพราะเทรนด์กำลังมา การตลาดกำลังแรง… ราคาคุ้นตา จนไม่รู้สึกว่าแพงเกินไป แต่ส่วนตัวถ้าไปหนาวๆจัดๆ ยังคงเลือกเทอมอล เพราะรู้สึกว่าหนุ่มสบาย และรักษาอุณหภูมิร่างกายได้ดีกว่า เพียงแต่ปัญหาหลักของยี่ห้อที่ชอบก็คือ เป็นไซส์ยุโรป คนตัวเล็กจึงเลิกคิดไปได้เลย ส่วนตัวสูง 165 ใช้กางเกงไซส์เล็กสุดยังมีความยาวเหลืออีกเป็นคืบทีเดียว แต่ก็ยอมนะ เพราะความนุ่ม บางทีไม่ได้ใส่ เอามากอดก็ยังดี มันนุ่มและสบายมาก

Screen Shot 2562-01-01 at 21.08.17

หนากว่า อุ่นกว่า หรือ หน้าตาเหมือนกัน มันก็เหมือนๆกัน ข้อนี้ต้องระวังให้ดี มันไม่จริงงงงง (งูล้านตัว) เพราะส่วนมาก เจ้าเทอมอล ฮีทเทคนี้ จะมีหน้าตาคล้ายๆกัน จะต่างกันก็ที่สัมผัสเนื้อผ้าความหนา ก็แตกต่างกันไปแต่ละยี่ห้อ ส่วนมากเป็นผ้าสีพื้น ไม่ค่อยมีลาย บางทีจับแล้วเหมือนกันทุกอย่าง แต่….ใส่แล้วบางรุ่น ที่บางคนใส่แล้วบอกว่าไม่อุ่น หรือใส่ไปสักพักรู้สึกอึดอัดทั้งๆที่ไซส์พอดีแล้ว นั่นก็เพราะว่าเลือก ระดับไปไม่เหมาะสม ซึ่งเท่าที่เห็นแต่ละแบรนด์จะแบ่งอยู่ประมาณ 3-4 ระดับ อย่างถ้าไปสัก 0 องศา ส่วนตัวจะใช้ระดับ 1 ถ้าติดลบ ก็ไล่ระดับ 2 3… ขึ้นไปสำหรับช่วงต่างทุก 10 องศา หรือสำหรับคนขี้หนาวก็เพิ่มขึ้นไปอีกระดับนึง

ทีนี้ก็พอจะเข้าใจกันแล้ว ว่าควรเลือกยังไง แต่ถ้าใครยังมีข้อสงสัย ก็ทิ้งคำถามกันไว้ได้ ส่วนเรื่องยี่ห้อขอเป็นหลังไมค์ เพราะยังหาสปอนเซอร์ไม่ได้ 555….. อ๊ะล้อเล่น จริงๆก็คือคิดว่าแต่ละคนคงมีโจทย์ต่างกัน การเลือกก็จะมีความเหมาะสมต่างกันไป ถ้าบอกไปว่าชอบอะไรในนี้ แล้วไปลองกันจริงๆเกิดไม่ชอบขึ้นมาจะไม่ถูกใจเอา

หน้าหนาวนี้ ก็ขอให้เที่ยวกันให้สนุกนะคะ

เครดิตภาพจากอินเตอร์เน็ต เรื่องราว Numtarn Style Page Numtarn Style